พระวาจาประจำวันอาทิตยที่ 17 กรกฎาคม  2011 ปีที่ 10 ฉบับที่ 473

ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สารจากพ่อเจ้าวัด/A THOUGHT FROM THE PARISH PRIEST

บาทหลวงยอห์น ลิสซันดริน /FR.JOHN LISSANDRIN

  1. ขอเชิญชาววัด ร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณฉลองวัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า (วัดทุ่งลุง)

                       ในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2011 เวลา 10.30 . หลังพิธีเชิญร่วมรับประทานอาหาร

                        พิธีมิสซาตรีวาร  เตรียมฉลองวัด  ระหว่างวันที่ 22 - 24 มิถุนายน 2011

                        เวลา 19.15 .    รถออกจากวัด เวลา 18.00 .


  1. ขอเชิญชาววัด ร่วมพิธีมิสซาสมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

                       ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2011 เวลา 09.00 . หลังมิสซามีพิธีแห่ศีลมหาสนิท

                         (วัดทุ่งลุงและวัดทับโกบร่วมมิสซาที่วัดใหญ่)  























                                                                                                                                                                                                                             www.catholichatyai.org


กิจกรรมวัดและข่าวประชาสัมพันธ์
PARISH BULLETIN
สารวัด


พระวรสารนักบุญมัทธิวมธ 13 : 1-23


วันเดียวกันนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากบ้านมาประทับที่ริมทะเลสาบ ประชาชนจำนวนมากมาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงเสด็จไปประทับอยู่ในเรือ ส่วนประชาชนยืนอยู่บนฝั่ง พระองค์ตรัสสอนเขาหลายเรื่องเป็นอุปมา

พระองค์ตรัสว่า “จงฟังเถิด ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช ขณะที่เขากำลังหว่านอยู่นั้น บางเมล็ดตกอยู่ริมทางเดิน นกก็จิกกินจนหมด บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กน้อย ก็งอกขึ้นทันที เพราะดินไม่ลึก แต่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ก็ถูกเผาและเหี่ยวแห้งไปเพราะไม่มีราก บางเมล็ดตกในพงหนาม ต้นหนามก็ขึ้นคลุมไว้ ทำให้เหี่ยวเฉาตายไป บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง ใครมีหู ก็จงฟังเถิด”

บรรดาศิษย์เข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมพระองค์ตรัสแก่พวกเขาเป็นอุปมาเล่า” พระองค์ทรงตอบว่า “พระเจ้าประทานธรรมล้ำลึกเรื่องอาณาจักรสวรรค์ให้ท่านทั้งหลายรู้ แต่ไม่ได้ประทานให้แก่ผู้อื่น เพราะผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่มีน้อย จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย เพราะฉะนั้น เรากล่าวแก่คนเหล่านี้เป็นอุปมา ถึงพวกเขามองดู ก็ไม่เห็น ถึงฟังก็ไม่ได้ยินและไม่เข้าใจ สำหรับคนเหล่านี้ คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็เป็นความจริง ที่ว่า

ท่านทั้งหลายจะฟังแล้วฟังเล่า แต่จะไม่เข้าใจ จะมองแล้วมองเล่า แต่จะไม่เห็น เพราะจิตใจของประชาชนนี้แข็งกระด้าง เขาทำหูทวนลม และปิดตาเสีย เพื่อไม่ต้องมองด้วยตา ไม่ต้องฟังด้วยหู จะได้ไม่เข้าใจ จะได้ไม่ต้องกลับใจ เราจะได้ไม่ต้องรักษาเขา’

ส่วนท่านทั้งหลาย ตาของท่านเป็นสุขที่มองเห็น หูของท่านเป็นสุขที่ได้ฟัง เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ประกาศกและผู้ชอบธรรมจำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เห็น ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านฟังอยู่ แต่ก็ไม่ได้ฟัง

เพราะฉะนั้น จงฟังความหมายของอุปมาเรื่องผู้หว่านเถิด เมื่อคนหนึ่งฟังพระวาจาเรื่องพระอาณาจักรและไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาและถอนสิ่งที่หว่านลงในใจของเขาไปเสีย นั่นได้แก่ เมล็ดที่ตกริมทาง เมล็ดที่ตกบนหิน คือผู้ฟังพระวาจาและมีความยินดีรับไว้ทันที แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที เมล็ดที่ตกในพงหนาม หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติเข้ามาบดบังพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล ส่วนเมล็ดที่หว่านลงในดินดี หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจาและเข้าใจ จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”






คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ
แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง
และความหมายของความสบายใจ คือ

หนึ่ง    เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าเรามีดี น่าคบหา และเราทำได้
สอง     รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
สาม    ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานเคยทำผิดพลาด ก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น
สี่        เห็นค่าของตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเองไร้ค่า จึงมีความสุขในใจเสมอ
ห้า       เผชิญความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าทุกข์ ก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
หก       กล้าหาญเสมอ กล้าเปลี่ยนแปลงและรับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ
เจ็ด     มีความฝัน เมื่อชีวิตมีจุดหมาย เราก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง
แปด   มีน้ำใจเอื้ออาทร เมื่อเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  ก็พบความสุขในใจเสมอ
เก้า     นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง
สิบ     เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง

ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้
การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้เราพึงพอใจและยกระดับฐานะเท่านั้น
แต่เป็นการสร้างความสุขเพียงภายนอก และอาจมิได้อยู่กับเราอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป
เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากภายในจิตใจของคนเรา ถ้าจิตใจของเราไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ
ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก เราสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า แล้วค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน
เชื่อเถอะ เราสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง  


1. ศาสนสัมพันธ์ คุณพ่อเจ้าวัดได้ร่วมเสวนาศาสนสัมพันธ์ พุทธ คริสต์ อิสลาม เมื่อวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2011 จังหวัดยะลา

2. ศีลล้างบาป คุณพ่อเจ้าวัดได้ทำพิธีล้างบาปแก่ เปโตร ชีวธันย์ ศศิอังกูร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2011

3. ศีลล้างบาป คุณพ่อเจ้าวัดได้ทำพิธีล้างบาปแก่ ออกัสติน กัสกร วรรณภัณฑ์พินิจ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2011

4. ศีลล้างบาปและศีลสมรส คุณพ่อเจ้าวัดได้ทำพิธีล้างบาปแก่ มารีอา รัตนา ไอสาม และ พิธีสมรสระหว่าง ฟรังซิส

   เซเวียร์ พงษ์ศักดิ์ สวรรค์เผ่าไพร กับ มารีอา รัตนา ไอสาม เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2011

5. เสกบ้าน คุณพ่อเจ้าวัดได้ทำพิธีเสกบ้าน อันนา ศศิธร ณรงค์ฤทธิ์ เมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2011

6. เสกบ้าน คุณพ่อเจ้าวัดได้ทำพิธีเสกบ้านของ ยอแซฟ สุรพล - มารีอา รัตนา สัตยวินิจ เมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2011



    ขอเชิญผู้ร่วม จาริกแสวงบุญฉลองวัดเซนต์แอนน์ ปีนัง ได้ส่งเอกสาร Passport  และค่าโดยสาร 1,000 บาท ที่สุมณฑาตั้ง             แต่บัดนี้เป็นต้นไป



Click เพื่อดูภาพทั้งหมดphaph_kickrrm_wan_thi_17_k.kh_2554.htmlshapeimage_13_link_0